แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรัก แสดงบทความทั้งหมด

ศิลปะของการครองรักครองเรือน

เขาว่ากันไว้ว่า "แรกรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน ครั้นอยู่นานไป น้ำอ้อยก็กร่อยขม" แม้ว่าจะเป็นประโยคที่กล่าวต่อเนื่องมาจากโบราณกาลแล้ว แต่ก็ดูยังทันสมัยอยู่เสมอในปัจจุบัน หลายต่อหลายคู่แรกรักกันใหม่ๆ ก็จี๋จ๋าหวานซาบซึ้งกัน มองตากันทั้งวัน จับมือกันทั้งวัน ไปไหนไปด้วยกัน ไม่ยอมแยกห่างจากกันแม้แต่วินาทีเดียว... แบบนั้น มันก็เว่อร์ไปหน่อยจริงไหม และคู่รักหวานแหววแบบนี้ คนเขาก็มักจะนินทาลับหลังว่า ดูไปเถิด ไม่นานก็เลิกกัน รับรองว่าก้นหม้อข้าวยังไม่ทันดำเลย คิดว่าคนที่พูดแบบนั้น คงจะพูดด้วยความอิจฉาริษยา แต่ครั้นสังเกตไปนานๆ เข้า ก็ดันเป็นจริงแบบนั้นเสียด้วยซิ!!




ตรงกันข้าม หลายคู่ที่เริ่มต้นแบบราบเรียบธรรมดา ไม่หวือหวาอะไร แต่พยายามเข้าใจกัน ปรับตัวเข้าหากัน ด้วยความรัก ความผูกพัน ความรักของเขาและเธอกลับหวานแหววเพิ่มขึ้นตามกาลเวลาที่ผ่านไป และกลับมีชีวิตคู่ที่แสนหวาน น่ารัก เป็นที่ชื่นชมของคนรอบข้าง ...นั่นเป็นศิลปะของการครองรักครองเรือนมิใช่หรือ ??? อย่างน้อยบางเรื่องบางราวของคนในยุคโบราณก็น่าจะนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตคู่ได้ เพราะการจะมีคู่ครองสักคน ต้องอาศัยทั้งความอดทน อดกลั้น และอดออม คนโบราณมักจะสอนว่า ขอให้ถือไม้เท้ายอดทอง กระบอกยอดเพ็ชร ขอให้ครองคู่กันไปตราบนานเท่านาน ขอให้มองเห็นความดีของกันและกัน ขอให้ใช้ความดีพิชิตใจของแต่ละฝ่าย ขอให้ออมชอมถนอมน้ำใจกันและกัน อะไรหนักนิดเบาหน่อยก็ขอให้อภัยกัน เคยเขียนให้คุณผู้อ่านได้อ่านกันเสมอๆ ว่า ชีวิตคู่นั้น จะหวังให้คนอีกคนหนึ่งมาได้ดังใจของเรา เป็นไปไม่ได้ การจะเปลี่ยนนิสัยของคนอีกคนหนึ่งให้มาเป็นแบบที่ตนเองต้องการ ยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ ถ้าใครคิดจะมีคู่สักคน แล้วหวังว่าเขาหรือเธอจะเป็นไปในรูปแบบที่ตัวเองต้องการเพราะความรัก ขอบอกว่า คิดผิดอย่างมหันต์ เพราะยากพอๆ กับให้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกนั่นแหละ และใครที่คิดแบบนี้ ก็มักจะพบความผิดหวังในชีวิตคู่เป็นที่แน่นอน ถ้าจะให้ชีวิตคู่มีความสุข ขอบอกเลยว่า คำต่อไปนี้มีความหมายมากในการมีชีวิตคู่ที่สุขสม... เข้าใจกัน ไว้ใจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เคารพนับถือซึ่งกันและกัน และให้อภัยกัน เป็นคำที่ยังคงทันสมัยเสมอ แม้กาลเวลาจะผ่านไป เพราะถ้าคุณทำได้...คุณจะไม่ผิดหวังในบุคคลที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของคุณเลย ชาย...หญิงนั้น คิดต่างกัน อุปนิสัยต่างกันในทุกเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรัก หรือกามารมณ์ ถ้าไม่พยายามจะเข้าใจกันแล้ว ชีวิตคู่มักจะพังทลายไปทุกที แต่ถ้าพยายามเข้าใจกันและปรับตัวเข้าหากัน บางคนที่แต่งงานกันเพราะความกตัญญูต่อบุพการี อาจจะมีความสุขมากกว่าคนที่บอกว่าแต่งงานเพราะรักกัน แต่หลังจากนั้นไม่พยายามจะเข้าใจกันมากมายนัก ความรักนั้น ต้องหมั่นเติมทุกวัน และทุกเวลาที่มีโอกาส ไม่อย่างนั้นความรักที่มีอยู่อาจจะแห้งเหือดหายไปได้ในที่สุด ไม่อย่างนั้นจะมีคำพูดว่า... รักวันเติมวันกันหรือ เตือนตัวเองไว้เสมอว่า วันนี้ได้เติมความรักให้แก่กันหรือยัง ไม่ว่าจะเป็นวาจา หรือการกระทำ แน่นอน กามารมณ์ที่เป็นพื้นฐานของชีวิตคู่ ก็ต้องได้รับการปรุงรสเช่นกัน เหมือนกับการรับประทานอาหารนั่นแหละ บางวันก็อยากจะทานอาหารทะเล บางวันอยากกินเนื้อย่าง บางวันแค่ข้าวผัดสักจานก็พอ เซ็กซ์หรือกามารมณ์ในชีวิตคู่ ก็ต้องได้รับการปรุงแต่งรสให้ใหม่เสมอ ไม่อย่างนั้น นานไปก็จะเกิดความเบื่อหน่าย ไม่เชื่อคุณลองไปรับประทานอาหารอะไรสักอย่างหนึ่งทุกวันซิครับ แล้วดูว่าคุณทานได้นานเท่าใด เคล็ดลับของการเติมรัก...ปรุงรส จึงเป็นเคล็ดลับในการครองชีวิตคู่ และสิ่งที่ต้องการเป็นอันดับแรกในชีวิตก็คือ... ทำอย่างไร ให้ชีวิตคู่ยืนยาวและเป็นสุขไม่ใช่หรือ
การมีชีวิตคู่ด้วยความรัก จึงเป็นปฐมบทของการใช้ชีวิตร่วมกันในทุกยุคทุกสมัย กล่าวกันว่า คนเรานั้นเกิดมาเพื่อแสวงหาความรัก ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ไม่ว่าความรักนั้นจะเป็นความรักต่อต่างเพศ หรือเป็นความรักในเพศเดียวกัน ก็นับเป็นความรักเช่นกัน
ต้องเรียนให้ทราบกันก่อนว่า ในปัจจุบันนี้จิตแพทย์และนักจิตวิทยาทั้งหลาย ได้มีความเห็นที่ตรงกันว่า ความรักในเพศเดียวกัน เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เป็นความผิดปกติของจิตใจแต่อย่างใด แต่รูปแบบของความรักของคนส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ก็ยังคงเป็นความรักของชายและหญิง ซึ่งย่อมแน่นอนว่า ในความคิดแล้วเรื่องอะไรก็ตามแต่... ชายหญิงมักจะคิดต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องของสัมพันธภาพและความรักแล้ว กล่าวกันว่า ผู้ชายมาจากดาวอังคาร และผู้หญิงมาจากดาวพระศุกร์ ผู้ชายมีความรักแบบ 'อีโรติก' ในขณะที่ผู้หญิงมีความรัก 'โรแมนติก' ผู้หญิงต้องมีความรักก่อน จึงเกิดอารมณ์พิศวาส แต่ผู้ชายเมื่อมีความสุขสมจากบทพิศวาสแล้ว จะเกิดความรักในตัวของผู้หญิงที่มีความสุขด้วยมากขึ้น ผู้หญิงย่อมมีเซ็กซ์เพื่อตอบแทนความรัก แต่ผู้ชายบอกรักผ่านการมีเซ็กซ์
...การใช้ชีวิตคู่ จึงต้องอาศัยการปรับตัวเข้าหากัน และพบกันครึ่งทาง พยายามที่จะทำให้คนที่มาใช้ชีวิตคู่เข้าใจและมั่นใจในความรักที่มีต่อกัน ชีวิตคู่ของคนสองคนในระยะแรก จึงเปรียบได้กับดอกกุหลาบสีแดงที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์พิศวาสที่ร้อนแรง มีความหลงไหลและรู้สึกถึงความดึงดูดใจของเพศตรงข้าม กามารมณ์ จึงเป็นสัมผัสรักที่จับต้องได้ในระยะแรกของสัมพันธภาพ การร่วมรัก จึงเป็นการบอกรักกันด้วยภาษากาย และเมื่อเกิดความสุขสมร่วมกันแล้วก็อาจจะเกิดการผูกพันทางใจร่วมด้วย
แต่ชีวิตคู่ที่มีความรัก ซึ่งผสมด้วยบทพิศวาสที่ร้อนแรงนั้น ต้องมีการพัฒนาต่อไป ชีวิตคู่ จึงจะสุขสม ราบรื่น และยืนยาว เพราะบทพิศวาสและความเสน่หานั้น เป็นความรักแบบหลงไหลได้ปลื้ม ซึ่งจะอยู่ไม่นาน คู่รักที่เข้าใจ จึงต้องพัฒนาชีวิตรักให้เป็น...ดอกกุหลาบสีชมพูที่สดใส เป็นความรักที่พัฒนามาจากความรักของหนุ่มสาวให้กลายเป็นความรักฉันท์เพื่อนที่เข้าใจกัน ไว้ใจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เคารพนับถือซึ่งกันและกัน รวมทั้งให้อภัยในความผิดพลาดของกันและกัน ชีวิตคู่ที่รู้จัก ขอโทษ ขอบคุณ และให้อภัย ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ยืนเคียงข้างกันในทุกสถานการณ์อย่างมีสติ ย่อมเป็นชีวิตคู่ที่อยู่กันด้วยความรักความผูกพันที่พัฒนาจนเป็นชีวิตคู่ของมิตรแท้ที่จะเอื้อประโยชน์ให้แก่กัน โดยไม่เห็นแก่ตัว... แบบเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจ ...และพัฒนาต่อไปจนเป็น เพื่อนคู่ชีวิต ซึ่งจะครองคู่กันด้วยความบริสุทธิ์ใจที่มอบให้แก่กัน ประดุจดอกกุหลาบสีขาวที่แสนจะบริสุทธิ์ นั่นน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนหวังและตั้งใจเอาไว้ว่า ขอให้ได้ประสบพบเห็นในชีวิตนี้
นักจิตวิทยากล่าวว่า ความรักของคนเรานั้น มีการแสดงความรักออกมา 5 วิธีคือ
1. ความรักแบบต้องการสัมผัส เป็นความรักที่มีการแสดงออกที่สัมพันธุ์กับความรู้สึกด้านร่างกาย ที่ต้องการได้รับสัมผัสที่อบอุ่น ได้อยู่ใกล้ชิดกันและมีการตอบสนองทางกายต่อกันและกัน
2. ความรักแบบโรแมนติก เป็นความรักที่มีความรู้สึกหลงไหล ที่รุนแรง รู้สึกว่าอีกฝ่ายดึงดูดใจอย่างมาก
3. ความรักแบบต้องการอยู่ร่วมกัน เป็นความรักที่ต้องการการมีส่วนร่วม แบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ ต่อกัน ต้องการใช้เวลาอยู่ร่วมกันและทำตามคำขอร้องของคู่ของตน
4. ความรักแบบต้องการความแน่ใจ เป็นความรักที่ต้องการความมั่นคงทางใจ อยากให้คู่ของตนเข้าใจตนเอง ขณะเดียวกันก็พยายามเอาอกเอาใจอีกฝ่าย เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ
5. ความรักแบบสัญญาใจ เป็นความรักที่มักเกิดหลังจากใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จนเกิดการผูกพันเป็นสัญญาใจ ที่ต่างก็ยอมรับการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน และเป็นความรับผิดชอบที่รับรู้ได้ด้วยความรู้สึกที่มั่นคงต่อกัน
รูปแบบของการแสดงความรัก 5 วิธีนั้น เป็นรูปแบบที่เสนอโดยคุณหมอผู้อำนวยการ สำนักโครงการสร้างเสริมสุขภาพระดับพื้นที่ของสถาบันส่งเสริมสุขภาพ โดยเรียบเรียง และแปลจากแบบทดสอบภาษาอังกฤษ ซึ่งน่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตคู่อย่างสุขสมและราบรื่น ไว้พิจารณาการแสดงความรักต่อกันให้สอดคล้องต่อความปรารถนาของคู่ชีวิต เพราะชีวิตคู่นั้น ต้องอยู่บนรากฐานของความรัก จึงจะยั่งยืน และสามารถครองชีวิตคู่กันไปจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร เป็นชีวิตคู่ที่เปี่ยมไปด้วย ความรักและความผูกพันที่มีต่อกัน...

ศิลปะในการทำให้หลงรัก

หัวข้อเรื่องที่ผมจะคุยให้ฟังในตอนนี้ ผมแปลมาจาก ภาษาอังกฤษว่า THE ART OF SEDUCTION ซึ่งถ้าแปลตรงๆ แล้วก็คงจะต้องเป็น ศิลปะในการทำให้หลงรัก นั่นเอง ทำไมหนอ การที่จะให้ใคร มารักเราสักคน นี่ต้องใช้กลยุทธ์ อะไรด้วยหรือ? บางครั้งรักแท้ ก็ต้องการเวลานะครับ!!




กลยุทธ์ในการพิชิตรักนี่ ไม่ใช่กลยุทธ์ในการนำพาสาวขึ้นเตียงนอนนะครับ แต่ผมจะเขียนถึงกลยุทธ์ที่คุณผู้ชายจะหาผู้หญิงที่จะมาเป็นคู่ชีวิตครับ คนที่จะเป็นแม่ของลูก และคนที่จะไหว้หลุมฝังศพคุณ ถ้าบังเอิญคุณ มีอันเป็นไปเสียก่อน ประเภทเจอกัน ชั่วค่ำคืนเดียวแล้วก็เป็นของกันและกันนั้น เขาไม่ได้เรียกว่า เนื้อคู่หรอกครับ จะเป็นก็แค่คู่นอนเท่านั้น.. และรับรองว่า ไม่ปลอดภัยอย่างเด็ดขาด
รักแท้ต้องการเวลา ในการพิสูจน์ใช่ไหมครับเพราะฉะนั้น กลยุทธ์แรกในการมัดใจสาว ก็คือ ความอดทน ความมานะพยายามเท่านั้น ที่จะทำให้คุณมัดใจสาวคนรักไว้ได้ ความมานะพยายามจะทำให้คุณ สามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้ไม่ว่าจะ พ่อตา แม่ยาย สุนัขเฝ้าบ้าน คนใช้ ฯลฯ แต่ถ้าพยายามอดทนแล้วความรักก็ไม่คืบหน้าไปสักที ลองพิจารณาให้ถ่องแท้ดูว่าเธอคนนั้นที่คุณหมายปอง มีคนรักอยู่หรือเปล่า, มีชายหนุ่มอีกคนที่อาจจะหล่อกว่า รวยกว่า หรือหนุ่มกว่าคุณมาจีบอยู่ จนกระทั่งเธอไม่มีคุณอยู่ในสายตาของเธอ, เธอสวยงามมากจนหลงตัวเอง ว่าไม่รู้จะเลือกใครดี เนื่องจากตอนนี้มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ และพ่อม่าย มารุมตอมอยู่เป็นสิบๆ คน, เพิ่งจะโดนผู้ชายคนหนึ่งทิ้งไปหมาดๆ และบาดแผลยังคงค้างคาอยู่ในดวงใจเธอ ฯลฯ ถ้าแบบนี้ รอหาใหม่ดีกว่าครับ กลยุทธ์ข้อที่ 2 ก็คือ ความกล้าหาญ อดทนอย่างเดียวไม่พอครับ ต้องมีความกล้าหาญที่จะแสดงให้เธอและใครๆ รอบๆ ข้างเธอรู้ด้วยว่าคุณรักเธอ และรักเธอชนิดที่ต้องการได้เธอมาเป็นคู่ชีวิต ไม่ใช่คู่นอน หรือทางผ่าน เรื่องนี้ต้องประกาศให้ศัตรูทั้งหลายที่จะมาขวางทางรักให้เข้าใจ แต่ต้องกล้าหาญให้ ถูกที่ ถูกเวลา และเหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่ใช่เดินเข้าไปในบ้านเธอ โดยไม่ดูตาม้าตาเรือว่าตอนนั้น คุณพ่อและคุณแม่เธอกำลังเถียงกันอยู่ แล้วดันไปบอกว่า คุณรักลูกสาว แบบนี้ถ้าไม่โดนกระโถนปาศีรษะ ก็อาจจะโดนสั่งให้สุนัขเฝ้าบ้านกัดเอา จนหนีกระเจิงออกจากบ้านไม่ทัน ปัญหาอยู่ที่ว่า คุณจะกล้าหาญพอที่จะบอกเธอว่า ผมรักคุณหรือไม่ และจะบอกที่ไหนเท่านั้น เรื่องนี้ควรจะต้องหาทางสร้างบรรยากาศให้โรแมนติก เป็นส่วนตัว ในเวลาที่เธออารมณ์ดี และแน่นอน ไม่ใช่เวลาใกล้ช่วงนั้น ของรอบเดือนของเธอ ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่จะหงุดหงิดมาก แสดงให้เธอเห็นว่า คุณรักเธอเต็มร้อย รักเธอด้วยหัวใจ และแน่นอนว่าห้ามคิดเด็ดขาดเรื่องที่เธอจะรู้ว่าคุณรักเธอหรือไม่ ไม่ว่าคุณจะตามเฝ้ารับส่ง รับทำงานแทน ซื้อของขวัญให้เป็นประจำ แต่ถ้าคุณไม่มีความกล้าพอที่จะบอกว่า ผมรักคุณแล้ว ระวังสุนัขเถื่อนมาคาบไปรับประทานเสียนะครับ รักแล้วต้องบอกว่ารัก... ห้ามอ้ำอึ้งหรืออมพะนำไว้เด็ดขาด บอกเธอว่า รัก แล้ว เธอไม่รับรัก นั่นมันเรื่องของเธอแล้ว ไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย... เพราะอกหักดีกว่ารักไม่เป็น คิดเสียว่า เธอไม่รับรักเรา อีกหน่อยเธอไปหลงเสน่ห์จิ้งจอกหนุ่มตัวอื่นแล้วโดนหลอก ก็จะคิดถึงเราเอง ...เพียงแต่เมื่อเธอหวนกลับมา คุณจะรับของใช้แล้วหรือเปล่าเท่านั้นเอง ถ้าคิดว่า บริสุทธิ์ใจ ดีกว่า บริสุทธิ์กาย ก็รับเอาไว้เถิดครับ ถ้าทำไม่ได้ ก็รับไว้เป็นเพื่อนต่อไป ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เรื่องนี้ใครๆ ก็พลาดกันได้จริงไหมครับ กลยุทธ์ที่สาม ความรักคือการให้ และยินดีที่จะได้รับตอบ จริงอยู่ ความรักคือการให้ แต่คุณผู้ชายทั้งหลายจะต้องเข้าใจไว้นะครับว่า ให้อย่างเดียวไม่ได้ โลกนี้ทุกอย่างจะต้องพอดี มี ให้ ก็ต้องมี รับ ถ้าขืนคุณมัวแต่หน้ามืดตามัว ให้เธออยู่ข้างเดียว เธอก็จะคิดว่าคุณน่ะเป็นหมูในอวยแล้วเธอก็ไป "ให้" คนอื่นแทน เห็นมาหลายรายแล้วนะครับ คุณให้เธอไป ถ้าเธอให้ตอบกลับมาบ้างนั้นแหละครับ แสดงว่ามีความก้าวหน้าแล้ว แต่ถ้าให้ของขวัญแล้ว ให้ความรักแล้ว ให้ทุกอย่างแล้ว แต่เธอก็เฉย ผมว่าค่อยๆ ถอนตัวกลับมาก่อนดีกว่า ที่จะเสียใจในภายหลัง
และถ้าเธอให้อะไรคุณกลับคืนมาบ้าง ต้องแสดงความชื่นชม และยินดีที่ได้รับตอบนะครับ เพราะเมื่อมีมิตรจิตก็ต้องมีมิตรใจ คงไม่ต้องถึงขั้นที่ว่า ดีดีตอบ ชอบชอบแทน ร้ายร้ายแสน หรอกนะครับ และถ้าคุณเห็นว่า เธอคนนั้นที่คุณคิดจะรักหรือกำลังรักอยู่นั้น ด้อยคุณค่าเกินกว่าที่คุณจะเสียเวลาต่อไปแล้วละก็ วิธีการสลัดรักที่ดีที่สุดก็คือ ทำให้เสมือนว่าเธอเป็นคนทิ้งคุณไปหาคนใหม่โดยไม่ได้สนใจ กับความรักที่แสนจะบริสุทธิ์ของคุณเลยครับ ไปหลงเสน่ห์ความปากหวานของหนุ่มคนใหม่ โดยทิ้งคุณที่แสนจะเป็นคนดีในสายตาของคนรอบข้างไป กลยุทธ์ข้อที่สี่ คือ เปิดเผย ซื่อสัตย์ และจริงใจ ความเปิดเผย เป็นคนตรงไปตรงมา เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ผู้หญิงดีๆ ทั้งหลายพึงพอใจ มากกว่าความปากหวานแต่ลึกซึ้งซ่อนอะไรไว้ใต้รอยยิ้ม
นอกจากนี้ ความซื่อสัตย์อาจจะจริงที่ว่า รับประทานไม่ได้แต่เท่ นั้นเป็นสิ่งที่คนเราทุกคนควรจะมี แต่เชื่อเถิดครับว่าเมื่อถึงเวลาที่ผู้หญิง เขาจะตัดสินใจเลือกชาย 2 คนที่มารักเธอแล้ว เธอจะเลือกคนที่ซื่อสัตย์ก่อนเสมอ คุณจะจีบสาวให้สำเร็จ คุณต้องมีความจริงใจครับ ความจริงใจจะปรากฏอยู่บนสายตาของคุณทุกครั้งที่เจอะเจอกับเธอ แล้วเธอก็จะสัมผัสได้และรับทราบความรักที่จริงใจของคุณนั้น อาจารย์ที่ผมเคารพมากท่านหนึ่ง เคยสอนผมว่า จะทำอะไรให้สำเร็จอย่าลืมว่าต้องกระทำด้วยความ "จริงจัง จริงใจ ต่อเนื่อง เป็นระบบ และครบวงจร" ครับ พระคุณของท่านที่สอนผมในสูตรสำเร็จดังกล่าว ผมยังจำได้มาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ท่าน ศ.น.พ.วิฑูร โอสถานนท์ เป็นคนสอนผมด้วยหลักการดังกล่าว และผมก็คิดว่าในการจะแสดงให้ใครสักคนหนึ่ง เห็นความจริงว่าเรารักเธอนั้น ต้องกระทำด้วยความจริงจังและจริงใจ ทั้งยังต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอ เป็นระเบียบระบบมีแบบแผนอย่างชัดเจน รวมทั้งต้องครบวงจรด้วย คุณผู้อ่านทั้งหลายเป็นเหมือนผมไหมครับ กลยุทธ์ที่ 5 คือ มีความเชื่อมั่นและมองโลกในแง่ดี ความเชื่อมั่น ในวิถีทางดำรงชีวิตในภายภาคหน้านั้น จะแสดงออกจากการพูดจา ท่วงท่าเดินเหิน การวางตัว น้ำเสียงที่มั่นใจ ฯลฯ คุณต้องฝึกแสดงให้เธอเห็นครับว่า คุณเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเองในการที่จะนำพาชีวิตคู่ของคุณ และเธอไปให้ตลอดรอดฝั่ง อย่าลืมเสียนะครับว่า ผู้หญิงเกิดมาแสวงหา ความรัก ความอบอุ่น และความมั่นคง คุณให้เธอได้ทั้งสามอย่าง ถ้าเธอไม่เลือกคุณ ผมว่าก็คงจะตาบอดตาใส หรือไม่ก็กรรมยังบังตาอยู่แล้วละครับ การมองโลกในแง่ดี จะช่วยให้คุณเป็นคนมีความสุข และการเป็นคนมีความสุขของคุณ จะทำให้เธอเกิดความอบอุ่นเมื่อใกล้ชิด กลยุทธ์ข้อที่ 6 เอาชนะอุปสรรคด้วยใจสู้ การพิชิตรักมีมากมาย ล้วนแล้วแต่ทำให้คนเราคิดจะเอาชนะอุปสรรคแทบทั้งสิ้น... คุณไม่คิดจะเอาชนะบ้างหรืออย่างไร การเข็นครกขึ้นภูเขานั้น แม้ว่าจะเป็นงานที่ยากแสนเข็ญ แต่ถ้าคุณทำได้ วันที่คุณขึ้นไปยืนบนยอดเขา เพื่อประกาศถึงชัยชนะแห่งความพยายามของคุณ ก็คือวันที่คุณและเธอเข้าสู่ประตูวิวาห์นั่นเอง

การจะมีอีคิวที่ดีในชีวิตคู่และความรัก

          ชีวิตคู่เริ่มจากคนสองคนเกิดความรักใคร่ผูกพันจนอยากที่จะใช้ชีวิตร่วมกันและทั้งสองก็มักจะคาดหวังและวาดฝันไว้ว่าจะสามารถครองคู่กันอย่างสุขสมยาวนานไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ มีทฤษฎีและแนวคิดมากมายที่จะทำให้สัมพันธ์รักสัมพันธ์สวาทของเธอและเขาทั้งสองสามารถที่จะดำรงคงอยู่ และ



พัฒนางอกงามไปตามกาลเวลาที่ผ่านไป บางทฤษฎีบ่งบอกว่า กามารมณ์ที่สุขสมเป็นส่วนหนึ่งของการครองรักครองเรือน เพราะกามารมณ์นั้น เป็นการบอกรักที่เรียบง่าย และเมื่อเกิดความสุขสมร่วมกันแล้ว เรื่องใหญ่ก็จะกลายเป็นเรื่องเล็ก และเรื่องเล็กๆ ก็จะกลายเป็นไม่มีเรื่อง เนื่องจากกามารมณ์ในชีวิตคู่ เป็นการถ่ายทอดความรักด้วยภาษากาย ถ่ายทอดผ่านการสัมผัสรักที่อบอุ่น ซาบซึ้ง ในช่วงเวลาที่แสนจะโรแมนติกและเป็นกันเอง บางทฤษฎีก็บ่งบอกว่า เสน่ห์ปลายจวัก ผัวจักรักจนวันตาย โดยอาศัยทฤษฎีที่ว่า คนเรานั้นต้องดื่มต้องกิน และความสุขที่ได้รับจากการกินอาหารที่แสนอร่อยรสสัมผัสแห่งความสุข ที่ถ่ายทอดผ่านลิ้นจะเข้าไปกำซาบซ่านอยู่ภายในจิตใจ จนติดอกติดใจในรสมือนาง และไม่สามารถที่จะละจากเธอไปได้ และส่วนใหญ่แล้ว ก็มักจะเน้นในลักษณะของ...การเข้าใจกัน ไว้ใจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เคารพในกันและกัน รวมทั้งให้อภัยกันในความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยไม่ตั้งใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคน ซึ่งอยากมีชีวิตคู่อย่างสุขสมและมั่นคงต้องการ ก็คือ "อีคิว" ความฉลาดทางอารมณ์ ที่ควรจะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี กล่าวกันว่า การจะรักษาสัมพันธ์กับใครสักคนหนึ่งนั้น เรื่องของอารมณ์เป็นเรื่องที่สำคัญมาก... การรู้จักใส่อารมณ์ แต่ไม่ใช้อารมณ์ ในทุกสถานการณ์นั้น มักจะนำความสำเร็จมาสู่ผู้ที่รู้จัก ใส่อารมณ์ออกมาเสมอ

มารู้จัก อีคิว...หรือความฉลาดทางอารมณ์กันก่อนจะดีไหม ??
ความฉลาดทางอารมณ์ หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า 'อีคิว' นั้น หมายถึงความสามารถในการควบคุมอารมณ์ และพัฒนาอารมณ์ให้เป็นปกติสุขได้ ไม่ว่าเหตุการณ์รอบข้างจะเป็นอย่างไร ความฉลาดทางอารมณ์นี้ เป็นสิ่งที่สามารถเพิ่มพูนได้ ทั้งจากการเลี้ยงดูในวัยเด็ก รวมทั้งการฝึกฝนเพิ่มพูนพัฒนาขึ้นในทุกช่วงชีวิต พูดง่ายๆ ก็คือ อีคิวหรือความฉลาดทางอารมณ์นี้ สามารถฝึกฝนได้ พัฒนาเพิ่มพูนขึ้นได้ด้วยตนเอง จากประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิต
คนที่มีอีคิวไม่ดี จะไม่เข้าใจตนเอง ไม่เข้าใจคนอื่น ไม่ยอมรับความจริง เอาแต่ใจตนเอง และไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งในใจของตนเองได้ โดยปกติแล้ว คนเรานั้น มีอารมณ์อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์แช่มชื่น แจ่มใส ยินดีปรีดา เศร้าสร้อย หงอยเหงา โกรธอิจฉาริษยา อาฆาต และมีความเครียด ผิดหวัง หรือสมหวัง แล้วแต่สถานการณ์ไป ซึ่งอารมณ์ในทางลบเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้ว คนที่มีพื้นฐานของความฉลาดทางอารมณ์ไม่ดี จะเกิดอาการทางอารมณ์มากกว่าและนานกว่าคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ จนเกิดความล้มเหลวในการทำงาน ในสัมพันธภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นต่อผู้ร่วมงานหรือบุคคลในครอบครัว
เดี๋ยวนี้ คนเรารักกันง่าย... และเลิกรักกันง่าย เพราะใช้อารมณ์ต่อกัน คิดถึงความเห็น และความต้องการของตนเองเป็นใหญ่ และไม่ยอมรับความคิดและความต้องการของคนใกล้ชิด พูดง่ายๆ ก็คือ เห็นแก่ตัวไว้ก่อน อาจจะเป็นเพราะว่า คนเรายุคนี้ต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันในทุกเรื่องราว จนเป็นนิสัยที่จะประพฤติปฏิบัติตนแบบนั้น โดยไม่เว้นแม้แต่คนใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ถ้าสามารถพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี หรืออย่างน้อยก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแล้ว สัมพันธภาพต่อคนใกล้ชิดในชีวิตคู จะดีขึ้นอย่างทันตาเห็น
ใครๆ ก็รู้กันอยู่ว่า คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ หรืออีคิวสูงนั้น จะเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เข้ากับคนอื่นที่อยู่รอบข้างได้ดี รู้จักการร่วมแรงร่วมใจสมานสามัคคีในการทำงานทุกอย่าง รวมทั้งการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันด้วย แน่นอนว่า คนที่มีอีคิวดีนั้น นอกจากจะรู้จักการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแล้ว ยังรู้จักพัฒนาความสัมพันธ์ รวมทั้งรักษาให้สัมพันธภาพยืนยาว และเป็นสุข เนื่องจากคนที่มีอีคิวสูงๆ จะรู้จักเห็นอกเห็นใจ รวมทั้งเข้าใจในความรู้สึกของคนอื่นเป็นอย่างดี

...เมื่อเกิดปัญหาต่างๆ ในชีวิต ก็รู้จักการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
ใช้การสื่อสารในทางบวกในการแก้ปัญหา ใช้พลังอำนาจของความคิดในทางบวกให้เป็นประโยชน์ รู้จักใช้ความชื่นชมยินดีและการให้กำลังใจกันแทนการดุด่าว่ากล่าว... เป็นคนที่ไม่จมอยู่กับความคิดในทางลบ ไม่จมอยู่กับความเศร้านานเกินควร ไม่ท้อถอย ไม่ท้อแท้ ในอุปสรรคต่างๆ ของชีวิต รู้จักหาทางออกที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อทุกคน มีความคิดแบบผู้ชนะคือ... ทุกปัญหามีทางออก เป็นคนที่มองไม่เห็นคนผิด... แต่มองเห็นปัญหาที่จะร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันแก้ไข

การที่จะมีอีคิวที่ดีในชีวิตคู่และความรักนั้น ก่อนอื่นจะต้องมีทัศนคติที่ดีต่อการมีชีวิตคู่...
·         เริ่มจากการรู้จักตนเอง รู้จุดเด่นจุดด้อย รวมทั้งจุดอ่อนของตนเอง และพยายามไม่ให้จุดอ่อนของตนเอง มาเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตคู่ โดยเฉพาะจุดด้อยจุดอ่อนของการใช้อารมณ์ในทางร้าย ใช้การสื่อสารในทางลบ ต้องพยายามยอมรับและปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนของตนเองที่จะเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนหนึ่ง ต้องยอมรับให้ได้ว่า เป้าประสงค์ของการใช้ชีวิตคู่ก็คือ การพยายามที่จะเป็นคู่ชีวิตของใครสักคน หาคำตอบให้ได้ก่อนว่า ต้องการมีชีวิตคู่จริงๆ รวมทั้งพยายามทำทุกอย่างที่จะประคับประคองนาวารักไม่ให้ล่มกลางสายน้ำ
·         รู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง ยามดีใจ เสียใจ เศร้าใจ ไม่ให้แสดงออกมากไปหรือไม่เก็บกดมากจนเกิดปัญหาทางจิตใจตามมา ต้องพยายามควบคุมอารมณ์ให้ได้ โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกโกรธ ผิดหวัง รอจนอารมณ์สงบ แล้วจึงค่อยๆ แก้ไขปัญหาต่างๆ โดยใช้ปัญญามากกว่าอารมณ์
·         รู้จักปลดปล่อยอารมณ์ที่ไม่ดีออกไป ในรูปแบบของพลังงานที่ใช้ในการเล่นกีฬา เล่นดนตรี หรือทำอะไรก็ได้ที่เป็นการปลดปล่อยพลังงานออกไป จนเมื่อเกิดการผ่อนคลาย หายเครียดแล้ว จึงค่อยๆจัดการปัญหาต่างๆ ในชีวิตคู่ ด้วยความฉลาดในทางอารมณ์
·         รู้จักการเพิ่มพลังสร้างแรงจูงใจ ให้เห็นสิ่งดีงามของคนที่เป็นคู่ชีวิต มองอย่างรู้แจ้ง เห็นจริง ทัศนคติที่ดีต่อคู่ของตน รวมทั้งมานะพยายามที่จะทำให้คู่ชีวิตเห็นความดีงาม ของการมีสัมพันธภาพร่วมกัน
·         พยายามเข้าใจถึงจิตใจของคู่ครอง เพราะการจะเปลี่ยนสถานะจากคู่ครองเฉยๆ มาเป็นคู่คิดและคู่ชีวิตนั้น ต้องอาศัยการพยายามเข้าใจอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ ไม่ใช่อย่างที่อยากจะเห็น จะได้ไม่เกิดความผิดหวัง มีการพยายามที่จะปรับปรุงตัวเข้าหากัน ประสานสอดคล้องความแปลกแยก โดยไม่สร้างความแตกแยก รู้จักการอ่านภาษากาย การกระทำของคู่ครอง และคิดให้ออกว่า ถ้าเราเป็นเขาเราจะทำอย่างไร
·         รักษาสัมพันธภาพให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ การสร้างสัมพันธภาพนั้น แม้ว่าจะไม่ง่าย แต่การรักษาสัมพันธภาพนั้น ไม่ง่ายแน่นอน เพราะเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่จะต้องเรียนรู้ และปรับปรุงไปตลอดกาลใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
·         รู้จักการยกย่องชมเชยคู่ของตนเองอยู่เสมอ แน่นอนว่า คนเรานั้นมีนิสัยที่ไม่ดีหรือจุดด้อยอยู่ที่ว่า ไม่ชอบให้ใครมาดุด่าว่ากล่าว ในขณะเดียวกันก็ต้องการให้ใครสักคนมาเข้าใจ เห็นใจ ให้กำลังใจ และชื่นชมยินดี

ชีวิตคู่ จึงจะเปี่ยมไปด้วยความรักความผูกพัน และดำเนินไปอย่างราบรื่น และสุขสม ด้วยมธุรสวาจาและความชื่นชม อย่างจริงใจที่มีต่อกัน ร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไป

... ด้วยความฉลาดทางอารมณ์ หรือ อีคิว นั่นเอง !!!

Updates Via E-Mail